ทำความรู้จักโปรแกรม Hide My Ass! Pro VPN

Hide My Ass! Pro VPN ถ้าคุณคิดที่จะล่องหนบนโลกออนไลน์ นี้เป็นตัวเลือกหนึ่งที่ไม่ควรพลาด คลิกเพื่ออ่านความสามารถขอโปรแกรมนี้กันเลย..

ทำความรู้จักโปรแกรม Hide My Ass! Pro VPN

Hide My Ass! Pro VPN ถ้าคุณคิดที่จะล่องหนบนโลกออนไลน์ นี้เป็นตัวเลือกหนึ่งที่ไม่ควรพลาด คลิกเพื่ออ่านความสามารถขอโปรแกรมนี้กันเลย..

ทำความรู้จักโปรแกรม Hide My Ass! Pro VPN

Hide My Ass! Pro VPN ถ้าคุณคิดที่จะล่องหนบนโลกออนไลน์ นี้เป็นตัวเลือกหนึ่งที่ไม่ควรพลาด คลิกเพื่ออ่านความสามารถขอโปรแกรมนี้กันเลย..

ทำความรู้จักโปรแกรม Hide My Ass! Pro VPN

Hide My Ass! Pro VPN ถ้าคุณคิดที่จะล่องหนบนโลกออนไลน์ นี้เป็นตัวเลือกหนึ่งที่ไม่ควรพลาด คลิกเพื่ออ่านความสามารถขอโปรแกรมนี้กันเลย..

ทำความรู้จักโปรแกรม Hide My Ass! Pro VPN

Hide My Ass! Pro VPN ถ้าคุณคิดที่จะล่องหนบนโลกออนไลน์ นี้เป็นตัวเลือกหนึ่งที่ไม่ควรพลาด คลิกเพื่ออ่านความสามารถขอโปรแกรมนี้กันเลย..

Labels:

IPSec VPN คืออะไร?

ในสมัยก่อนการที่จะติดต่อสื่อสารระหว่างเครือข่ายภายในสองที่ ที่มีที่ตั้งอยู่ในระยะไกลกันนั้นจะต้องใช้การเชื่อมต่อเครือข่ายส่วนตัวในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ใช้ Leased Line หรือ frame-relay เป็นต้น ซึ่งเป็นวิธีการที่มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง แต่ในปัจจุบันนี้ได้มีการใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่า VPN (Virtual Private Network) มาเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ที่สามารถเชื่อมต่อเครือข่ายภายในขององค์กรผ่านเครือข่ายสาธารณะได้ โดยอาจจะใช้วิธีการสร้าง Tunnel ขึ้นมาระหว่างต้นทางและปลายทาง เพื่อให้สามารถส่งข้อมูลต่าง ๆ ขององค์กรได้เสมือนว่าอยู่บนเครือข่ายเดียวกัน และใช้วิธีการในการรักษาความปลอดภัยที่หลากหลาย เช่น SSL หรือ IPSec เป็นต้น เพื่อให้ข้อมูลมีความปลอดภัยมากขึ้น และมีค่าใช้จ่ายที่ต่ำกว่าการใช้งาน Leased Line มาก

 สำหรับในวันนี้ผมจะขอแนะนำให้เพื่อน ๆ รู้จักกับ IPSec VPN ที่เป็นวิธีการใช้งาน VPN ที่แพร่หลายมากที่สุดกันก่อนนะครับ IPSec ย่อมาจากคำว่า Internet Protocol Security เป็นชุดของโปรโตคอลที่ใช้ในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล โดยมีความสามารถในการรักษาความลับของข้อมูล, มีการตรวจสอบความถูกต้องในการรับ - ส่งข้อมูล, มีการพิสูจน์ตัวตน, การเข้ารหัสข้อมูล เป็นต้น ทำงานในระดับ Network Layer โดยจะทำการเข้ารหัสและสร้าง Header ขึ้นมาใหม่ไปใช้แทน Header เดิมที่ถูกเข้ารหัสเอาไว้

 ก่อนที่จะรู้จักวิธีการในการทำงานของ IPSec VPN ก็ควรที่จะมาทำความรู้จักกับค่าต่าง ๆ ที่จะเกี่ยวข้องกับการทำงานของ IPSec VPN กันก่อนนะครับ

  • SA (Security Associations) เป็นข้อตกลงระหว่างอุปกรณ์ที่ใช้ในการทำ IPSec VPN กัน ว่าจะใช้รูปแบบในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลในรูปแบบใด เช่น จะใช้วิธีการใดในการเข้ารหัส เพื่อที่ว่าเมื่อส่งข้อมูลไปถึงปลายทางแล้วจะได้ใช้วิธีการในการถอดรหัสที่ถูกต้อง หรือจะใช้วิธีการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลแบบใด เป็นต้น
  • ESP (Encapsulating Security Payload) เป็นโปรโตคอลที่ใช้ในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล สามารถทำการเข้ารหัสข้อมูล, การพิสูจน์ตัวตน, การตรวจสอบความถูกต้องของการส่งข้อมูลได้ โดยในปัจจุบันอุปกรณ์ของ Cisco จะใช้โปรโตคอลนี้ในการทำ IPSec VPN
  • AH (Authentication Header) เป็นโปรโตคอลแบบ Connectionless รองรับเฉพาะการพิสูจน์ตัวตน แต่ไม่มีการเข้ารหัสข้อมูลที่ส่งออกไป ซึ่งในปัจจุบันบนอุปกรณ์รุ่นใหม่ ๆ ของ Cisco จะไม่รองรับการใช้งานโปรโตคอลนี้แล้ว
  • IKE (Internet Key Exchange) เป็นโปรโตคอลที่ใช้ในในระหว่างขั้นตอนการสร้าง SA เพื่อการรักษาความปลอดภัยให้แก่ข้อมูลที่อุปกรณ์ที่ใช้ทำ IPSec VPN ส่งแลกเปลี่ยนกัน เพื่อตกลงกันว่าจะใช้รูปแบบในการรักษาความปลอดภัยแบบใด เช่นใช้ algorithm แบบใด หรือใช้การเข้ารหัสแบบใด เป็นต้น
  • ISAKMP (Internet Security Association and Key Management Protocol) ทำหน้าที่ในการรักษาความปลอดภัยในการแลกเปลี่ยน IPSec SA, ทำการพิสูจน์ตัวตนของอุปกรณ์ที่ใช้ในการทำ IPSec VPN ด้วยวิธีการต่าง ๆ ดังนี้ RSA signature, RSA encrypted nonces, Pre-Shared keys ซึ่งในการตั้งค่าจะต้องทำการกำหนดรูปแบบที่ใช้ในการรักษาความปลอดภัยต่าง ๆ โดยจะเรียกรูปแบบที่ทำการกำหนดนี้ว่า ISAKMP Policy Set
  • IPSec (Internet Protocol Security) เป็นชุดของโปรโตคอลที่ใช้ในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล ซึ่งในการตั้งค่าจะต้องทำการกำหนดรูปแบบของอัลกอรึทึมที่จะใช้ในการเข้ารหัสและตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดยจะเรียกรูปแบบนี้ว่า IPSec Transform Set ในการทำงานของ IPSec จะมีอยู่สองโหมดคือ Transport Mode และ Tunnel Mode โดยจะแตกต่างกันในเรื่องของรูปแบบที่ใช้ในการห่อหุ้ม Packet ดังนี้ 
 IPSec Transform Set

    • Tunnel Mode อุปกรณ์ที่ใช้ในการทำ IPSec VPN จะเป็นทางผ่านของเครื่องโฮสต์ภายในสู่เครือข่ายปลายทาง เครืองโฮสต์ภายในเครือข่ายจะสามารถใช้ IP Address ของตนเองในการติดต่อกับเครือข่ายปลายทางได้ โดยอุปกรณ์ที่ทำงานในโหมดนี้จะทำการเข้ารหัส Packet เดิมของผู้ใช้ทั้งหมดก่อนทำการส่งออกไป และจะมีการสร้าง IP Header ขึ้นมาใหม่โดยใช้ IP Address ของอุปกรณ์ที่ใช้ในการทำ IPSec VPN มาใช้แทน IP Header เดิมที่ถูกเข้ารหัสไปแล้ว ซึ่งโดย Default ของอุปกรณ์ Cisco จะทำงานในโหมดนี้
    • Transport Mode ใช้โหมดนี้ในกรณีที่ปลายทางของการติดต่อสื่อสารเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการทำ IPSec VPN หรือใช้ในกรณีที่เครื่องโฮสต์ภายในเครือข่ายใช้ IP Address ของอุปกรณ์ที่ใช้ในการทำ IPSec VPN เป็นต้วแทนในการติดต่อสื่อสารกับเครือข่ายปลายทาง โดยอุปกรณ์ที่ทำงานในโหมดนี้จะทำการเข้ารหัสเฉพาะส่วนของข้อมูล ในส่วนของ IP Header ของ Packet เดิมจะไม่ถูกเข้ารหัสและจะไม่มีการสร้าง IP Header ขึ้นมาใหม่(ทำให้ไม่สามารถใช้ IP Address ของเครื่องโฮสต์ในการติดต่อกับเครือข่ายปลายทางได้) จะมีขนาดของ Packet ที่เล็กกว่าการใช้ Tunnel Mode ทำให้ทำงานได้เร็วกว่า
ที่มา : hhttps://checkout.hidemyass.com/affiliate.php?ACCOUNT=PRIVAXLT&AFFILIATE=96402&PATH=https%3A%2F%2Fwww.hidemyass.com%2Faffiliate%2Favangate&AFFSRC=blogger

0 comments
Labels:

ดาวโหลดโปรแกรม VPN Hide My Ass!

ขั้นตอนการ ดาวโหลดโปรแกรม VPN มาใช้งานไม่ได้ยุ่งยากอะไรมากนัก ขออธิบายเป็นรายละเอียดดังนี้

1. เข้าหน้าเว็บ https://vpn.hidemyass.com/vpncontrol/signin จากนั้นก็กรอกรายละเอียดสมาชิก Username และ Password สำหรับเข้าสู่ระบบ

เข้าสู่ระบบ hidemyass

 2. เมื่อเข้าสู่ระบบแล้วก็มองเมนูทางด้านซ้ายมือจะมี Link ที่เขียนว่า Download software อยู่ ให้คลิกเข้าไปเพื่อ Download ได้เลย

Download software vpn hidemyass

3. จากนั้นก็เลือก Version สำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่จะติดตั้ง ทั้งนี้สำหรับโปรแกรม VPN Hide My Ass นั้นมีรองรับการใช้งานหลาย OS ดังนี้

ดาวโหลดโปรแกรม VPN Hide My Ass

 เพียงแค่นี้ก็สามารถดาวโหลดโปรแกรม VPN เรียบร้อย เมื่อได้โปรแกรมมาแล้วก็ติดตั้งบนเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณและใช้งานได้ทันที

0 comments
Labels:

VPN Advantage & Disadvantage

VPN Advantage & Disadvantage

VPN - Advantage
  • ลดค่าใช้จ่ายจากการศึกษาของ IDC พบว่า VPN สามารถลดค่าใช้จ่ายในการเชื่อมต่อแบบ WAN ได้ราว 40 %
  • ความยืดหยุ่นสูงขึน้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีการทำา Remote Access ให้ผู้ใช้ติดต่อเข้ามาใช้งานเครือข่าย จากนอกสถานที่

VPN - Disadvantage
  • VPN ทำางานอยู่บน Internet ซึง่ ความเร็ว และการเข้าถึง และคุณภาพ (speed and access) เป็นเรื่องเหนือ การควบคุมของผู้ดูแลเครือข่าย
  • VPN technologies ต่างกัน ตามผู้ขายแต่ละราย ยังไม่มีมาตรฐานที่ใช้ร่วมกันอย่างแพร่หลายมากนัก
  • ต้องมีการพัฒนาเพื่อรองรับโปรโตคอลอื่นนอกจากโปรโตคอลที่อยู่ บนพื้นฐานของ IP

0 comments
Labels:

VPN Security

VPN Security
ความปลอดภัยของ VPN ขึน้ อยู่กับ
  • Firewalls VPN-to-Client  การแก้ปัญหาหน้างานที่อยู่ไกลๆ บางครั้งการเดินทางไปอาจจะทำให้เสียค่าใช้จ่ายไม่คุ่มกับการเดินทาง การที่เราจะเข้าไปควบคุมเครื่อง Server ที่อยู่ไกลเพื่อตรวจสอบความผิดปกติ หรือแก้ปัญหาการทำงานนั้นสามารถอาศัยวิธีการ Remote ผ่านระบบ VPN ได้
  • Encryption การ Encryption ข้อมูลที่ต้องมีประสิทธิภาพ เพื่อปกป้องข้อมูล ระหว่างที่ส่งผ่านระบบเครือข่าย สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือ ต้องให้ความสำคัญกับ Applications ประเภท Sale และ Customer  Database Management, Document Exchange, Financial Transactions และ Inventory Database Management
  • IPSec (Internet Protocol Security) เป็นชุดของโปรโตคอลที่ใช้ในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล ซึ่งในการตั้งค่าจะต้องทำการกำหนดรูปแบบของอัลกอรึทึมที่จะใช้ในการเข้ารหัสและตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดยจะเรียกรูปแบบนี้ว่า IPSec Transform Set ในการทำงานของ IPSec จะมีอยู่สองโหมดคือ Transport Mode และ Tunnel Mode โดยจะแตกต่างกันในเรื่องของรูปแบบที่ใช้ในการห่อหุ้ม Packet
  • AAA Server คือ Authenticate, Authorization และ Accounting server เป็นการเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งานแบบ Remote-Access VPN ซึ่งเมื่อมีการเชื่อมต่อจาก Dial-up นั้นจะต้องผ่าน AAA Server ซึ่งจะมีการตรวจสอบ

0 comments
Labels:

VPN Applications

VPN Applications
Remote Access VPN ได้ถูกนำามาใช้งานสำาหรับผู้ใช้ที่มักอยู่นอกสำานักงาน (Remote Worker) หรือผู้ที่จำาเป็นต้องเดินทางบ่อยๆ เช่น นักธุรกิจที่ต้องทำางานที่บ้าน (Work at Home) ให้เข้าใช้งานทรัพยากรในระบบเครือข่ายของสำานักงานใหญ่ได้ เช่น การ รับ-ส่ง E-mail หรือข้อมูลต่างๆ โดยที่ไม่จำาเป็นต้องเข้าไปที่สำานักงานเลย

Site-to-Site Connectivity มีลักษณะการทำางานคล้ายๆกับ Remote Access Application แต่จะแตกต่างกันที่ ผู้ที่จะเข้ามาใช้งานในสำานักงาน ไม่ใช่พนักงาน หรือ Remote User แต่เป็นการเชื่อมต่อกันระหว่างสาขาใหญ่ กับสาขาที่อยู่ไกลออกไป เช่น ตางจังหวัดหรือต่างประเทศ

VPN-Base Extranets จะมีลักษณะการทำางานที่องค์กรนัน้ ๆ มีการบริการให้ลูกค้า เพื่อเชื่อมต่อ เข้ามาใช้งานข้อมูล และทรัพยากรที่กำาหนดไว้ให้ใช้ได้ ลักษณะการ ทำางานแบบนี้ จะต้องมีระบบ Firewall เข้ามาช่วย เพื่อความปลอดภัยยิ่งขึ้น

1 comments
Labels:

VPN Type

VPN Type

  1. Remote-access ซึ่ง สามารถเรียกได้อีกอย่างว่า VPDN (Virtual Private Dial-up Network) เป็นการติดต่อภายในเครือข่ายเดียวกันเช่น พนักงานของบริษัทสามารถติดต่อกับอีกเครือข่ายของบริษัทที่อยู่ไก ลออกไปได้ ซึง่ บริษัทจะทำาการสร้างระบบให้ใหญ่ เพื่อสร้าง ESP (Enterprise Service Provide) และ ESP จะทำาการสร้าง NAS ( Network Access Server ) และใช้ S/W ของเครื่อง VPN Client ภายในเครือข่าย เพื่อทำาการติดต่อเข้าไปในเครือข่าย บริษัทขนาดใหญ่ที่มีพนักงาน หลายร้อยคนควรใช้แบบ Remoteaccess เพราะมีการรักษาความปลอดภัยที่ดี
  2. Site-to-Site เป็นการติดต่อกันระหว่างเครือข่ายหลายเครือข่าย เช่น บริษัทสำานักงานใหญ่ที่กรุงเทพฯ ต้องการติดต่อกับ บริษัทสาขาที่เชียงใหม่ เป็นต้น โดยจะเชื่อมต่อผ่านทาง เครือข่ายสาธารณะ ซึง่ แบบ Site-to-Site แบ่งออกเป็น 2 แบบคือ
    1. Intranet-based เป็นการติดต่อกันภายในเครือข่ายเดียวกันแต่อยู่ห่างกันมาก เช่น การติดต่อกันระหว่างสำานักงานที่กรุงเทพฯ กับสำานักงานที่อยู่ต่างจังหวัด เสมือนกับ การทดแทน การเช่าวงจรลีสไลน์ ระหว่าง กรุงเทพกับต่างจังหวัด โดยที่แต่ละสาขาสามารถต่อเชื่อมเข้ากับผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต ในท้องถิ่นของตน เพื่อเชื่อมเข้า โครงข่าย VPN ขององค์กรอีกทีหนึง่ ซึง่ ในการเชื่อมต่อกันแบบ Intranet ควรเป็นเครือข่ายแบบ LAN ต่อกับ LAN
    2. Extranet-based เป็นการติดต่อระหว่างเครือข่ายของเรากับเครือข่ายอื่น ๆ เช่น เครือข่ายของ ลูกค้า, ผู้ผลิต เป็นต้น เราจะใช้ Extranet ในการติดต่อเครือข่าย LAN ของเรากับเครือข่าย LAN อื่น ๆ เพื่อทำางานร่วมกัน เช่น สามารถใช้ข้อมูลหรือทรัพยากรต่าง ๆ ร่วมกันจุดสำาคัญอย่างหนึง่ ในการเลือกติดตัง้ VPN คือการเลือก ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต ที่วางระบบรักษาความปลอดภัย เป็นอย่างดี มีส่วนอย่างมาก ในการส่งข้อมูลบน VPN ให้ปลอดภัยมากยิ่งขึน้ เพราะถ้า ไอเอสพี มีระบบรักษาความปลอดภัย ที่รัดกุม ก็จะช่วยให้ ข้อมูลที่ส่งมา มีความปลอดภัยมากขึ้น

0 comments
Labels:

VPN Client Type

VPN Client Type

  1. Client-initiated โดยทั่วไปออกแบบมาเพื่อให้ User สามารถเลือกทางที่จะ Access ผ่าน VPN ต่างๆได้หลายแห่งโดยไม่ต้องการจัดตัง้ ค่าการทำางานใหม่ลักษณะ ของระบบนี้ ได้แก่การที่ User สามารถตัดสินใจได้ว่าเมื่อไร หรือที่ไดที่จะจัดตัง้ การเชื่อมต่อ VPN ขึน้ และด้วยเหตุนีเ้ องจึงถูกเรียกว่า Voluntary VPN และเนื่องจาก NAS (Network Access Server)ของ ISP ไม่ได้เป็นผู้สร้าง Tunnel ขึน้ มา ดังนัน้ จึงสามารถเชื่อมต่อVPN ไปยังหลายๆที่ และผ่าน ISP หลายแห่งโดยไม่ต้องจัดตัง้ ค่าการทำางานเพิ่มเติม และการเข้ารหัสข่าวสารสามารถเกิดขึน้ ได้ระหว่าง VPN Server ในองค์กรกับ User
  2. Client-transparent โดยจะทำาอยู่ที่ไซต์ส่วนกลางขององค์กร หรือทำาให้อยู่ที่จุดเชื่อมต่อของ ISP ซึง่ ให้บริการแก่ไซต์ส่วนกลางขององค์กรก็ได้ ด้วยการใช้ไคลเอ็นต์ซอฟต์แวร์ และทันแนลเซิร์ฟเวอร์ที่ไซต์ส่วนกลางขององค์กร ทำาให้ ISP ไม่จำาเป็นต้องสนับสนุนการทำาทันแนลแต่อย่างใด โดยไคลเอ็นต์ซอฟต์แวร์ และทันแนลเซิร์ฟเวอร์จะเริ่มสร้างทันแนล ต่อจากนัน้ จะตรวจสอบโดยใช้หมายเลขยูสเซอร์และรหัสผ่าน ในการติดต่อขัน้ นีก้ ็สามารถเข้ารหัสได้ เมื่อเชื่อมต่อเรียบร้อยแล้วการติดต่อสื่อสารสามารถทำาได้โดยเสมื อนว่าไม่มี ISP เป็นตัวเชื่อมการติดต่อ

0 comments
Labels:

ขั้นตอนการซื้อ Hide My Ass! Pro VPN

การสั่งซื้อ VPN ของ hidemyass นั้นไม่ได้ยุ่งยากอะไร สำหรับคนไทยสิ่งที่ต้องเตรียมไว้สำหรับการชำระเงินค่าซื้อเวลาในการเข้าใช้บริการนั้นมี 2 อย่างที่ใช้ได้คือ Paypal หรือ บัตรเครดิต ที่น่าจะมีกันทุกคน แต่สำหรับใครที่มี Google Checkout, Dalpay, Alertpay หรือ Liberty Reserve ก็สามารถใช้มาซื้อได้เช่นกัน แต่สำหรับตัวอย่างที่จะยกตัวอย่างกันให้ดูนั้น เป็นการชำระเงินโดยใช้ Paypal โดยมีขั้นตอนดังนี้..

ขั้นตอนการซื้อ Hide My Ass! Pro VPN

1.ขั้นตอนที่หนึ่ง เริ่มเข้าหน้าเว็บ hidemyass.com จากนั้นก็คลิกที่เมนู Pro VPN หรือเลือกบนหน้าเว็บไซต์ Order Now  เพื่อสั่งซื้อ

2.ขั้นตอนที่สอง กรอกข้อมูลสำหรับเข้าสุ่ระบบและใช้งานโปรแกรม VPN เมื่อสั่งซื้อเสร็จจะใช้ข้อมูลในส่วนนี้ใช้งานตลอด โดยกรอกข้อมูลดังนี้
- Username : ชื่อผู้ใช้งาน
- Email : ใช้สำหรับข้อมูลและแจ้งยอดชำระเงินต่างๆ
- Password : รหัสผ่านที่ใช้สำหรับเข้าสู่ระบบและใช้งานโปรแกรม
-

กรอกข้อมูลสั่งซื้อ VPN
3.ขั้นตอนที่สาม เลือกระยะเวลาการใช้งานที่ต้องการ โดยทาง hidemyass มีโปรโมชั่นถ้าซื้อ 6 เดือนจะตกเดือนละ $8.33 ประหยัดถึง 27% กันเลยทีเดียว แต่ถ้าเลือก 1 ปี ยิ่งถูกกว่าอีก โดยจะได้ใช้ในราคาต่อเดือนเพียง $6.55 เท่านั้น ประหยัดมากถึง 43% คุ้มสุดๆ --- ในส่วนนี้เลือกตามต้องการและเลือกช่องทางการชำระเงินได้ผ่าน 4 ช่องทางที่มีให้ ในที่นี้ยกตัวอย่างการชำระเงินผ่าน Paypal แล้ว เมื่อกเลือกข้อมูลจนครบแล้วก็กด Checkout  ได้เลย

สั่งซื้อ VPN ซ่อนไอพีเข้าเว็บ

จากนั้นให้ ก็ทำรายการชำระเงินโดย Paypal โดนกรอกข้อมูล User และ Password ของ Paypal เพื่อจ่ายเงินค่าบริการตามขั้นตอน

4.ขั้นตอนที่สี่ เมื่อชำระเงินแล้วจะมี Email แจ้งรายละเอียดบัญชีผู้ใช้งานของคุณโดยมีรายละเอียดดังนี้

Email รายละเอียด VPN

และมีจะมีอีพหนึ่ง Email แจ้งว่ายินดีต้อนรับเข้าใช้งาน VPN และขอบคุณสำหรับการสั่งซื้อ โดยมีรายละเอียดดังนี้

รายละเอียดข้อมูล VPN

5.ขั้นตอนที่ห้า ให้เข้าสู่ระบบแล้วใช้ Username และ Password ที่ได้สมัครไว้ เพื่อเข้าไปดาวโหลดและเข้าใช้งานโปรแกรม VPN

เข้าสู่ระบบ VPN

6.ขั้นตอนที่หก เมื่อเข้าสู่ระบบไปแล้วระบบจะแจ้งสถานะการใช้งาน จำนวนวันที่เหลือและการชำระเงินล่าสุด และให้มอง Menu ทางด้านขวามือจะมี Link ที่เขียนว่า Download Software ได้เลย

ดาวโหลดโปรแกรม VPN

ทั้งนี้เมื่อคลิกไปแล้วจะมีโปรแกรมสำหรับใช้งานได้หลาย OS มีทั้ง Windows, Mac หรือแม้กระทั้ง Linux โดยเลือกโหลดแล้วนำไปติดตั้งได้กันตามใช้ตามต้องการได้เลย ในที่นี้ขอยกตัวอย่างการใช้งานสำหรับ Windows

โปรแกรม VPN สำหรับ Windows, Mac, Linux

7.ขั้นตอนที่เจ็ด เมื่อดาวโหลดโปรแกรม VPN มาแล้วให้ติดตั้งบนเครื่องตามปกติ เหมือนติดตั้งโปรแกรมทั่วไป และเมื่อติดตั้งเรียบร้อยแล้วให้เปิดโปรแกรมขั้นมาและใช้ Username และ Password แล้วคลิกที่ปุ่ม Connect to VPN เพียงเท่านี้ก็สามารถใช้งานอินเตอร์เน็ตผ่าน VPN ได้ทันที

การใช้งาน VPN

เพียงแค่นี้ก็สามารถเริ่มใช้งาน VPN ได้แล้ว โดยทั้งนี้ยังมีข้อมูลเชิงลึกและรายละเอียดอื่นๆ เกี่ยวกับโปรแกรมอีกมายมาย ไม่ว่าจะเป็น
  • การใช้งานเบื้องต้น
  • รายละเอียด Connection Log
  • การเลือก Protocal
  • การเลือกประเทศที่จะให้ IP 
  • การตั้งค่า Restart IP ตามกำหนดเวลา
  • การกำหนด/การเลือกเฉพาะโปรแกรม VPN ให้ใช้สำหรับเชื่อมต่อผ่าน VPN
  • การเชื่อมต่อผ่าน Proxy 
  • เทคนิคอื่นๆในเชิงลึกจากผู้ใช้งานจริงอื่นๆอีกมากมาย เช่น การตั้ง VPN สำหรับนัก Internat Marketing ใช้ปั่นเว็บได้โดยไม่โดนแบน, การนำโปรแกรมไปใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆที่คาดไม่ถึง.. 
ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมาจะทะยอยลงข้อมูลให้ทราบตลอดผ่านบล็อกนี้อย่างแน่นอน โปรดติดตาม..
สำหรับใครที่สนใจสั่งซื้อ Hide My Ass! Pro VPN เชื่อว่าหลังจากอ่านบนความนี้จะสามารถซื้อมาใช้งานได้กันแล้ว และการใช้งาน Internet หลังจากนี้ก็จะไม่มีขีดจำกัดกันอีกต่อไป

Labels:

Protocol ที่เกี่ยวข้องกับ Tunnel


การสร้าง Tunnel มี Protocol ที่เกี่ยวข้องคือ
  • Carrier Protocol เป็น protocol ที่มีตัวนำข้อมูลส่งไปยังระบบ network จะใช้ส่งข้อมูลผ่านอุโมงค์ โดยจะเป็นตัวส่ง Encapsulate โปรโตคอลไปยังปลายทาง
  • Encapsulating Protocol เป็น protocol ที่มีการจัดการ จัดกลุ่มของข้อมูล ก่อนและหลังส่งไปยัง ระบบ network เช่น PPTP, IPSec, L2TP และ GRE ข้อมูลที่ถูกส่งทั้งหมดจะถูกใส่ผ่าน Packet ของโปรโตคอลต่างๆ
  • Passenger Protocol เป็น protocol ที่รับข้อมูล เมื่อข้อมูลถูกส่งไปถึงยังผู้รับ เช่น IPX, NetBeui, IP ทำให้การส่งข้อมูลที่ไม่สามารถส่งข้อมูลไปบนอินเตอร์เน็จ สามารถส่งได้โดยการสร้างระบบ virtual network ทำให้ปลายทางเสมือนเป็นเน็ตเวิร์คเดียวกัน ทำให้สามารถทำสิ่งต่างๆที่ระบบเน็ตเวิร์คทำได้

Labels:

Tunneling การส่งข้อมูลของ VPN

การทำงานหลักๆของ VPN ก็คือการส่งข้อมูลผ่านอุโมงค์ข้อมูล (Tunnel) ไปสู่ระบบเน็ตเวิร์คปลายทาง เนื่องจากอุโมงค์ข้อมูลที่ส้รางขึ้นนั้นสร้างผ่านระบบอินเตอร์เน็ต (Internet) และการส่งข้อมูลต้องมีการจัดการ Packet ต่างๆให้ผ่านไปตามอุโมงค์อย่างถูกต้อง การสร้าง Tunnel นั้นประกอบด้วย รูปแบบโปรโตคอล (Protocol) 3 แบบ คือ

  • Carrier protocol
  • Encapsulating protocol
  • Passenger Protocol

Tunneling มีความสัมพันธ์กับอินเตอร์เน็ต โดยใช้อินเตอร์เน็ต เป็นส่วนของเครือข่ายความปลอดภัยส่วนตัว "tunnel" เป็นเส้นทางเฉพาะที่ให้ข่าวสาร หรือไฟล์ของบริษัทเดินทางผ่านอินเตอร์เน็ตโปรโตคอล หรือกลุ่มของกฏการสื่อสารที่เรียกว่า Point-to-Point Tunneling Protocol ได้รับการเสนอขึ้นในการสร้าง virtual private network โดยผ่าน "tunnel" บนอินเตอร์เน็ต ซึ่งหมายความว่าบริษัทอาจจะไม่จำเป็นต้องมี lease line ของตัวเอง สำหรับการสื่อสารในพื้นที่กว้างแต่สามารถใช้เครือข่ายสาธารณะได้ PPTP สนับสนุนโดย Microsoft และบริษัทอื่น และ Layer 2 Forwarding ซึ่งเสนอโดย CISCO system เป็นข้อเสนอหลัก สำหรับมาตรฐานใหม่ของ Internet Engineering Task Force (IETF) โดย PPTP ซึ่งเป็นส่วนขยายของโปรโตคอล Point-to-Point Protocol ทำให้ผู้ใช้คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลที่สนับสนุน PPP client จะสามารถใช้ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตอิสระ ในการเชื่อมต่ออย่างปลอดภัย กับเครื่องแม่ข่ายของบริษัทในทุกที่

 
VPN Hide IP © 2012-2013 | Designed by Plantillas Blogger | ข่าวไอที โดย ไอทีเมามันส์